Just another WordPress.com site

ล่าสุด

สะพานสารสิน

สะพานสารสินเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ เมื่อมีโศกนาฏกรรมของหนุ่มสาว 2 คนที่ตัดสินปัญหาด้วยการใช้ผ้าขาวม้าผูกต่อกันมัดตัวเองกระโดดจากกลางสะพานลงสู่พื้นน้ำในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 และได้นำเรื่องราวของคนทั้งสองมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ “สะพานรักสารสิน”

สะพานรักสารสิน เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มหญิงสาวที่แตกต่างกัน ด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม ฝ่ายหญิงชื่อ “อิ๋ว” เป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู ส่วนฝ่ายชายชื่อ “โกไข่” เป็นเพียงคนขับรถสองแถวและรับจ้างกรีดยาง พ่อเลี้ยงอิ๋วแบบเผด็จการไม่ให้อิสระ และต้องการให้แต่งงานกับคนมีฐานะ จึงถูกขัดขวางความรักอย่างหนัก ทั้งสองคนพยายามต่อสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้รักของเธอและเขาสมหวัง

ความรักที่เหมือนนิยายน้ำเน่าของหนุ่มขับรถสองแถวและรับจ้างกรีดยาง ที่มีฐานะยากจนมาก แต่กลับไปหลงรักกับหญิงสาวที่มีฐานะสูงส่งและมีพื้นฐานครอบครัวที่เผด็จการ ไม่ให้อิสระทางความคิดกับลูกสาว แม้ว่าลูกสาวโตจนมีอาชีพเป็นครูแล้วก็ยังถูกกีดขวางจากผู้เป็นพ่อ ที่พยายามจะคลุมถุงชนลูกสาวให้แต่งงานกับชายหนุ่มที่มีฐานะดี และพยายามขัดขวางทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ลูกสาวได้คบกับโกไข่ หนุ่มขับรถสองแถว

หลังจากที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะพิสูจน์ให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นถึงความตั้งใจและความรักที่ทั้ง 2 มีให้แก่กัน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล เมื่อผู้เป็นพ่อของฝ่ายหญิงไม่ยอมเปิดใจรับ หลายครั้งที่อิ๋วฝ่ายหญิง ถูกผู้เป็นพ่อทุบตีเยี่ยงสัตว์เพราะแอบมาพบเจอกับโกไข่ หนุ่มขับรถสองแถว และผู้เป็นพ่อก็พยายามทุกวิถีทางที่จะยัดเยียดลูกสาวให้กับเศรษฐีมีเงิน

ชาวบ้านท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต ต่างก็ทราบดีถึงความรักที่มีอุปสรรคของหนุ่มสาวทั้งสอง หลายคนพยายามแนะนำให้โกไข่เลิกกับครูอิ๋ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของทั้งคู่ และผู้ใหญ่หลายคนพยายามพูดคุยกับพ่อของครูอิ๋ว เพื่อที่จะให้ยอมรับโกไข่ เป็นลูกเขย แต่ไม่ได้รับการยินยอม ไม่ว่าจะทำด้วยวิถีทางใด

ในที่สุดเมื่อความรักถึงทางตัน 22 กุมภาพันธ์ 2516 โกไข่ นายหัวรถสองแถวและครูอิ๋ว สาวผู้สูงศักดิ์ ก็ได้ตัดสินใจเอาผ้าขาวม้าผูกมัดตัวทั้งสองติดกัน แล้วกระโดดจากกลางสะพานลงสู่พื้นน้ำ ทิ้งเรื่องราวความรักที่เป็นอมตะ ให้ผู้คนได้กล่าวขานถึงปัจจุบันนี้

ตำนานรักสะพานสารสิน เป็นบทเรียนแห่งความรักอีกบทหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในตำนานคู่เมืองภูเก็ต แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปสักกี่ยุคกี่สมัย ตำนานเหล่านี้ก็ต้องบันทึกไว้และเป็นบทเรียน ที่ทุกคนควรศึกษาและเข้าใจความหมายของคำว่า รักที่แท้จริง เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางใการดำเนินชีวิตต่อไป

สะพานรักสารสิน : สิมิลัน

เป็นตำนาน เล่าขานผ่านมานมนาน บอกลูกหลานรุ่นหลังฟังให้ดี
เรื่องความรัก ความโศรก โสภาโสภี จบลงที่ความโศกเศร้า
ของชายหนุ่มหญิงสาว รักกันมาหลายปี เป็นความรักคงที่และมั่นคง
น้องเป็นครู พี่เป็นเพียงคนขับรถจน ๆ จะขยันและอดทนเพื่อเธอนั้น

เหนื่อยเพียงไหน ทนเฝ้าทำเพื่อเธอทุกอย่าง สิ่งใดขวาง ฉันจะพร้อมสู้ไป
มีความฝันเป็นพลังเพื่อเธอยิ่งใหญ่ จะก้าวไปพร้อมกับเธอผู้เดียว

แล้วที่สุดเมื่อคราวมรสุมผ่านมา พ่อแม่จ๋าโปรดเห็นใจข้าที
รักกันอยู่พรากกัน แยกกันช้ำชีวี เกิดเป็นคนชาตินี้มีแต่ซวย
น้องโดนเฆี่ยน น้ำตาไหลนองสองแก้ม เหมือนมีดแทงเฉือนกลางใจพี่
เพราะความจนจึงต้องเจ็บ แค้นใจเหลือที่ จบแค่นี้ลาทีความระทม

และสุดท้ายความเป็นคนก็มาถึงที่สุด แสนรันทดเกิดมาชาตินี้
ผ้าขาวม้าพันผูก พร้อมใจน้องพี่ ฝากกายพลี ใต้สะพานรัก สารสิน…

ย้อนมาสู่ ผู้คนในยุคปัจจุบัน คนเรานั้นมีแต่ความหลอกลวง
สวมหน้ากากเข้าหา ใช้ปัญญาเข้าข่ม รักระทม ไม่มีความแน่นอน
เป็นคนจน แต่ไม่จนจิตใจ มีความรักมอบให้แก่คนทุกคน
ช่วยกันเถิดเพื่อพี่น้องและคนจน ๆ ผู้ที่ทุกข์ทนคือความรักที่แน่นอน

เรื่องราวทั้งหมดและเพลง เพลงนี้ ได้ให้ความหมายของคำ คำนี้ไว้เป็นอย่างดีแล้ว

รักแท้” คือ รักบริสุทธิ์ที่มั่นคง ยืนยง ตลอดไป

ขอให้ “รัก” ที่ทุกคนมีให้กันนั้น คือ “รักแท้”..

ขอบคุณ http://www.classified-today.com/gossip.php?id=10

อัตลักษณ์โรงเรียนสภาราชินี

อัตลักษณ์โรงเรียน  
วิสัยทัศน์

โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง จัดการศึกษาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา มีคุณธรรมจริยธรรม มีผลงานแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติ มีเจตคติที่ดีในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ก้าวล้ำเทคโนโลยี มีสุขภาพพลานามัยที่ดี มุ่งมั่นพัฒนาประเทศชาติ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบต่อธรรมชาติและสังคมโลก

พันธกิจ

1) จัดการศึกษาโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม และจัดให้ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย
2) พัฒนาบุคลากรทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติการสอน ตลอดจนลูกจ้างประจำ
3) จัดระบบการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในทุกๆ ด้าน
4) พัฒนาบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
5) จัดระบบงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
6) พัฒนาระบบบริหาร และจัดองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
7) ส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้นักเรียนได้ปฏิบัติอย่างยั่งยืน
8) พัฒนาแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
อักษรย่อ

อักษรย่อของโรงเรียนสภาราชินี  คือ  ส.ภ.

 ตราสัญญลักษณ์

มีอักษรย่อ ส.ภ.  ภายใต้มงกุฏ ด้านล่างมีชื่อมงคลนาม สภาราชินี

ปรัชญา

ดูแลดั่งลูก ปลูกฝังคุณธรรม ล้ำเลิศวิชาการ

 คำขวัญ

รักเรียน รู้งาน รู้หน้าที่ มีน้ำใจ

 สีประจำโรงเรียน

สีประจำโรงเรียน คือ  น้ำเงิน – ขาว 
สีน้ำเงิน     เป็นสัญลักษณ์แทนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งลูกสภาทุกคนต้องมีความจงรักภักดี และเป็นสีสูงระดับฟ้า ซึ่งลูกสภาทุกคนต้องมีความใฝ่ฝัน สร้างสรรค์ รักความก้าวหน้า และกระทำในสิ่งที่ถูกที่ควร

สีขาว เป็นสัญลักษณ์แทนศาสนา หมายถึง ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ลูกสภาต้องมีคุณธรรมประจำใจ ดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เกิดคุณประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น เชื่อมันและถือปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ

ประวัติ โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง

c

ประวัติโรงเรียน

 พ.ศ. 2455 วโรกาสที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวงพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยเสด็จจังหวัดตรัง ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์ เป็นเงิน 4,000 บาท สำหรับจัดสร้างโรงเรียนประจำจังหวัดชาย ณ ถนนพัทลุง ตำบล ทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง ประชาชนได้ส่งบุตรหลานเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก ทำให้อาคารเรียนคับแคบ

ดังนั้นใน พ.ศ. 2459 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์อีก เป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท ก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม เพื่อรองรับนักเรียนที่มีจำนวนมากขึ้นทุก ๆ ปี พร้อมทั้งพระราชทานนามอาคารหลังใหม่ อาคาร “สภาราชินี”  ต่อมาข้าหลวงประจำจังหวัด มีความคิดที่จะตั้งโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดบ้าง จึงรวบรวมนักเรียนหญิงได้จำนวนหนึ่ง แต่ขณะนั้นยังไม่มีที่เรียน จึงให้ไปเรียนที่อาคารสภาราชินีพ.ศ. 2474 คณะบุคคลผู้มีจิตศรัทธา ประกอบด้วย

  • พระยาอาณาจักรบริบาล         ข้าหลวงประจำจังหวัดตรัง
  • หลวงยวดประศาสน์               นายอำเภอเมืองตรัง
  • หลวงพิชิตปฏิภาณ                ผู้พิพากษาจังหวัดตรัง
  • ขุนจรรยาวิทูร                      ศึกษาธิการจังหวัดตรัง
  • หลวงทวีทรัพย์ราช                คลังจังหวัดตรัง

โดยการนำของข้าหลวงประจำจังหวัดตรัง จัดหาทุนก่อสร้างโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดตรัง ณ เลขที่ 142 ถนนวิเศษกุล อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ในพื้นที่ 8 ไร่ 3 งาน 2 ตารางวา อันเป็นสถานที่ปัจจุบัน

20 พฤศจิกายน 2479 ย้ายนักเรียนหญิงจากอาคารสภาราชินี ซึ่งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างขึ้นมาเรียนที่โรงเรียนใหม่นี้โดยใช้นาม โรงเรียนว่า    โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดตรัง”    และนับเอาวันอันเป็นสิริมงคลนี้เป็นวันเกิดโรงเรียนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

     พ.ศ. 2494 ได้เสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการขออนุญาตเปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก    “โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดตรัง”       เป็นโรงเรียน  “สตรีตรังสภาราชินี”

     พ.ศ. 2506 โรงเรียนเปิดสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแผนกศิลปะรับนักเรียนสหศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจึงขออนุญาติสำนักราชเลขาธิการผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง เป็นชื่อ “โรงเรียนสภาราชินีจังหวัดตรัง” และได้ใช้มงคลนามพระราชทานนี้มาตราบจนปัจจุบัน

Hello world!

Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.

Here are some suggestions for your first post.

  1. You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
  2. Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting  page you read on the web.
  3. Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can always preview any post or edit it before you share it to the world.